วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557


ICE CREAM


ที่มาของคำว่า " ไอศครีม "

       “ ไอศครีม ” หรือ “ ไอติม ” 
ที่คนไทยเรียกกันนั้น เป็นของหวาน และเย็น ที่ชื่นชอบกันทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ ทุกภาษา ที่สำคัญสามารถ ปรับประยุกต์ ให้เข้ากับความนิยมของแต่ละชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนอาจจะกล่าว ได้ว่า ไอศกรีมเป็นอาหารของคนทั้งโลกา รได้กินไอศกรีมถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
      “ ไอศครีม ” 
ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ Ice Cream จนคนทั่วไปคิดว่า มีถิ่นกำเนิดมาจากตะวันตก แต่จริง ๆ แล้วกำเนิดในประเทศจีนนี่เอง เกิดจากการนำหิมะบนยอดเขามาผสมกับนํ้าผลไม้ และกินในขณะที่หิมะยังไม่ทันละลายดี จนปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโล เดินทางไปจีน และชื่นชอบ จึงนำสูตรกลับไป อิตาลีขณะเดินทางมีการเติมนมลงไป กลายเป็นสูตร ของเขาโดยเฉพาะ และแพร่หลายไปในอิตาลี ฝรั่งเศสและข้ามไปอังกฤษ คนอิตาลีถือว่าตนเองเป็นต้นตำรับไอศกรีมแบบที่นำมาปั่นให้เย็นจนแข็ง เรียกว่าเจลาติน (Gelatin) แล้วแพร่หลายไปในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 16 ข้ามไปอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันมาก ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ลงทุนถึง 200 ดอลลาร์ซื้อเครื่องปั่นไอศกรีม ไปทำกินเองในหน้าร้อน ในเมืองไทยไอศกรีมเข้ามาช่วงไหนไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าคงมาหลังสมัย ร.5 ซึ่งมีการผลิตนํ้าแข็งกินเอง ไอศกรีมตอนนั้น ทำจากนํ้าหวานหรือนํ้าผลไม้นำไปปั่นเย็นจนแข็ง ไม่มีนมหรือครีมผสมด้วย เรียกว่า “ไอติม” ใช้แรงคนในการปั่น โดยมีหม้อทองเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 50-60 ซม.สูง 30 ซม.ภายในมีรูคล้ายลังถึงสำหรับเสียบกระบอกโลหะ ทรงกลมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ภายในบรรจุนํ้าผลไม้หรือนํ้าหวาน กระบอกนี้คือแม่พิมพ์ที่ทำให้ไอติมเป็นแท่งการปั่นต้องใช้มือจับหูหม้อทองเหลืองทั้ง 2 ข้าง และแกว่งหรือหมุนไปมาในถังไม้ที่ใส่นํ้าแข็งผสมเกลือ หลังจากปั่นได้ 1/2 – 1 ชม.ไอของความเย็นจะเริ่มเกาะรอบนอกของกระบอก นํ้าหวานข้างในจะเริ่มแข็งตัว ช่วงนี้เองที่ต้องเสียบไม้เข้าไป ตรงกลางเพื่อ เอาไว้จับกิน หมุนต่อไปอีกจนไอติมแข็งตัว จึงเอากระบอกโลหะไปจุ่มในนํ้าอุ่นเพื่อ ให้ดึงไอติมออกจากกระบอกง่ายขึ้น นำไปใส่กระติกเร่ขาย ปัจจุบันมีพ่อค้าฟื้นการทำไอติมแบบนี้ออกขายด้วย ต่อมาบริษัทป๊อบผู้ผลิตไอศกรีมตราเป็ด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไอศกรีมรายแรกของเมืองไทย ได้สั่งซื้อเครื่องทำไอศกรีมจากต่างประเทศ มาผลิตไอศกรีมได้ครั้งละมาก ๆ เน้นความสะอาดและคุณภาพ ทำให้ไอศกรีมเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ไอศกรีมตราเป็ดยุคแรก ๆ ยังเป็นไอติมหวานเย็น ต่อมาจึงมีการดัดแปลงรสชาติใหม่ ๆ เป็น เป็นรสระกำ เฉาก๊วย ลอดช่อง โอเลี้ยง ข้าวเหนียวแดง ถั่วดำ ฯลฯ พร้อมกับนำสูตรใส่นมจากต่างประเทศใส่ถ้วย ทำให้เนื้อไอศกรีมละเอียดและเนียนคนจึงนิยมกินไอศกรีมใส่นมหรือครีมกันมากอย่างไรก็ตามคนไทยสามารถดัดแปลงไอศกรีมจนเป็นเอกลักษณ์ของไทยคือ ไอติมกะทิ โดยใช้กะทิสดผสมนํ้าตาล ใส่แทนนมและครีม ที่อาจจะเป็นไปได้มากว่าไอศกรีมกะทิมีต้นกำเนิดจากเมืองไทยเป็นแห่งแรก และไม่ต้องใช้กระบอกทำเป็นแท่ง แต่ใช้ตักใส่ถ้วยเป็นลูก ๆ ซึ่งมีคำเรียกขานใหม่ว่า “ไอติมตัก” ต่อมาจึงมีการตักใส่ถ้วยกรอบ และขนมปังผ่ากลาง จุดเด่นของไอศกรีมกะทิคือดัดแปลงให้มีรสชาติต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น เติมลอดช่อง เม็ดแมงลัก ข้าวโพด ขนุน ทุเรียน และเผือก เป็นต้น

วิธีการทำ " ไอศครีม "

ส่วนผสมของไอศครีม

1.ไขมันอาจได้จากสัตว์ หรือจากพืช
2.ธาตุน้ำนมไม่รวมมันเนย
3.สารให้ความหวาน
4.น้ำ และ อากาศ
5.สารที่ทำให้คงตัว
6.สารอีมัลซิไฟเออร์เพื่อช่วยให้ไอศครีมมีความคงตัวละลายได้ช้าลง
7.สี และ กลิ่น



 ขั้นตอนการผลิต

1.การเตรียมส่วมผสมโดยการชั่งส่วนผสมทั้งหมด
2.การทำให้เป็นเนื้อเดียวกันและการฆ่าเชื้อ
3.การทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน
4.การบุ่มที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส
5.การปั่นและลดอุณหภูมิของไอศครีม 

ประเภทของไอศครีม

 1. ไอศครีมแต่งรส (Plain Ice Cream) 
     ไอศครีมที่เติมสีและกลิ่นในปริมาณน้อยกว่า 5% เช่น ไอศกรีมวานิลลา ไอศกรีมชาเขียว



2. ไอศกรีมช็อคโกแล็ต (Chocolate Ice Cream)  
    ไอศครีมที่ผสมผงโกโก้ หรือ ช็อกโกแล็ต อาจเจือสี แต่งกลิ่น


3. ไอศครีมผลไม้ (Fruit Ice Cream) 
    ไอศครีมที่ผสมผลไม้ต่างๆ เช่น ไอศครีมสตรอเบอรี่ ไอศครีมมะม่วง ไอศครีมทุเรียน



4. ไอศครีมหวานเย็น (Water Ice)  
   ไอศครีมที่ทำจากน้ำตาลอาจมีสารทำให้คงตัวและแต่งสีกลิ่นรสชาติเช่น ไอศครีมหวานเย็นกลิ่นโคล่า ไอศครีมหวานเย็นกลิ่นสละ ไอศครีมหวานเย็นกลิ่นแตงโม


6. ซอร์เบท (Sorbet)  
   ไอศกรีมที่ทำจากน้ำ น้ำตาล กรดหรือน้ำผลไม้ ไม่มีไขมัน แต่งสีและกลิ่น มีน้ำตาลมากกว่าเชอร์เบท เนื้อเป็นเกล็ดและนุ่ม เช่น ไอศกรีมซอร์เบทลิ้นจี่ ไอศกรีมซอร์เบทสตรอเบอรี่ ไอศกรีมซอร์เบทส้ม


7.ไอศกรีมโยเกิร์ต (Yoghurt Ice Cream) 
   ไอศกรีมผสมโยเกิร์ต อาจผสมผลไม้หรือน้ำผลไม้ และอาจแต่งสี กลิ่น แต่งรสเปรี้ยวด้วยกรดแลคติก มีรสหวาน เปรี้ยวเล็กน้อย มีรสชาติผลไม้เป็นหลัก


8.ไอศกรีมผสมลูกนัท (Nut Ice Cream) 
   ไอศกรีมแต่งรสที่ผสมลูกนัทบด เช่น  ไอศกรีมถั่วลิสง ไอศกรีมพิสตาชิโอนัท ไอศกรีมบราซิลนัท


9.ไอศครีมซอฟเสิร์ฟ (Soft Serve Ice Cream) 
  ส่วนผสมไอศกรีมที่ผ่านกระบวนขั้นต้น คือ ผสม พาสเจอร์ไรส์ โฮโมจิไนซ์ ทำให้เย็นที่ 4 องศาเซลเซียส และบ่มมาแล้ว นิยมนำมาผ่านเครื่องปั่นไอศกรีมแล้วจำหน่ายโดยตรงโดยไม่ต้องแช่แข็ง


10.ไอศกรีมสายรุ้ง (Rainbow Ice Cream) 
    ไอศกรีมที่มีการเติมสีตั้งแต่ 6 สีขึ้นไปเหมือนสายรุ้ง เวลาจำหน่าย มักจะไขไอศกรีมออกจากเครื่องปั่นแล้วจำหน่ายโดยตรงเหมือนไอศกรีมซอฟเสิร์ฟ


11.ไอศกรีมนม (Ice Milk) 
    ผลิตภัณฑ์นม ลักษณะคล้ายไอศกรีม ไขมันต่ำ 2-5% SNF 10-13% น้ำตาล 14-18% สารทำให้คงตัว 0.4% อาจแต่งสี กลิ่น หวานน้อย มักจะขายในรูปของไอศกรีมโลว์แฟต



12.ไอศครีมซันเดย์ (Sundae)
     ไอศกรีมที่ราดหน้าด้วยซอสหรือน้ำเชื่อม อาจโรยด้วยลูกนัทบด วิปครีม หรืออื่นๆ




สูตรเด็ดไอศครีม ใครๆก็เข้าครัว

ส่วนผสม
  1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 2 ลูก (ขนาดลูกปานกลาง-ใหญ่)
  2. น้ำตาล 3/4 ถ้วยตวง
  3. กลูโคส 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือ 1 หยิบมือ
  5. น้ำเปล่า 375 มิลลิลิตร
วิธีทำ